เรื่องทั้งหมดโดย bae07

“ธัมมชโย”เผ่นออกจากวัด จ่อมอบตัวแต่ขอได้ประกัน


หลังจากทางรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งใช้มาตรา 44 ให้พื้นที่บริเวณวัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ป้องกันไม่ให้มีบุคคลเข้าไปในพื้นที่ และผลักดันผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวัดออกนอกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจค้นหาตัวพระธัมชัยโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาสบคบและร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรนั้น

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผย “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า จากการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งชุดปฏิบัติการคดีพิเศษเข้าตรวจค้นตามหมายค้น เริ่มจากประตู 8 และกระจายกำลังไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในวัด โดยกระจายกำลัง 20 จุด จุดละ 1 อาคาร และจากการข่าวยืนยันแล้วว่า พระธัมมชโยไม่อยู่ภายในวัดแล้ว แต่ยังอยู่ในประเทศไทย เบื้องต้นมีการประสานในทางลับว่าจะขอเข้ามอบตัวในเร็ววันนี้ โดยจะทำเหมือนกรณีของนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย ที่ติดต่อประสานขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่กลางดึกคืนวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามหมายจับในคดีอั้งยี่ซ่องโจร และได้รับการประกันตัวออกไป แต่ห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม โดยกรณีของพระธัมมชโยก็มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน ว่าหากมีการเข้ามอบตัวแล้ว จะต้องได้รับประกันตัว เนื่องจากเกรงว่า หากไม่ได้รับการประกันตัว จะทำให้ต้องถูกสึก หลุดพ้นจากการเป็นพระ

สำหรับความเคลื่อนไหวในวันนี้ (17 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ทางพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้ประชุมเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้าค้นวัดพระธรรมกายในวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมประชุมด้วย อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม ในส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ตรวจค้น ซึ่งเมื่อวานทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นในส่วนของพื้นที่ 196 ไร่ (โซน A) วันนี้จะเข้าตรวจค้นในส่วนที่เหลือ 130 ไร่ (โซน B) 4 จุด และ 2000 ไร่ (โซน C) 4 จุด สำหรับการตรวจค้นในวันนี้จะมีในส่วนของหอฉันคุณยายอาจารย์ อาคาร 100 ปีคุณยายอาจารย์ ที่พักคณะสงฆ์ และส่วนของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย โดยจะตรวจค้นให้ทั่วทุกจุด ทุกบริเวณ ซึ่งทางดีเอสไอได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นหลายวัน ซึ่งก็จะทำการตรวจอย่างละเอียด ในส่วนของเมื่อวานนี้ จากการตรวจค้นอาจจะมีบางจุดที่เกิดความไม่เข้าใจกัน มีการยื้อยุดกันในบางพื้นที่ ก็ได้มีการเจรจาและสามารถเข้าไปตรวจค้นได้

“ถ้าเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นทุกพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่พบตัวพระธัมชัยโย ก็ไม่มีผลอะไรกับคดีความ เพราะเวลานี้พระธัมชัยโยได้ถูกออกหมายจับแล้ว ไม่ว่าจะยังไงทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดี ในส่วนของที่เมื่อวานทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นแล้วพบว่า มีเตียงและผ้าคลุมที่อ้างว่าเป็นของพระธัมชัยโยนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าพระธัมชัยโยไม่ได้ป่วยหรืออาพาธหนักขนาดที่จะเคลื่อนย้ายไม่ได้”พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมืองกล่าว

‘พิชัย’ เหน็บ ‘สมคิด’ ไม่เลิกขายฝัน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พยายามจะขายฝันว่า ปี 2560 เศรษฐกิจจะดี การลงทุนจะมากเป็นประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีปัจจัยอะไรเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เศรษฐกิจดีได้ โดยเฉพาะปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ และที่บอกว่าจะโตถึง 4-5% นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่ผ่านมานายสมคิดคาดการณ์เศรษฐกิจผิดมาโดยตลอด ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก ดังนั้น อยากให้ตอบ 6 คำถามดังนี้ 1.เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วดีตามที่นายสมคิดออกมาเถียงหรือไม่ เศรษฐกิจทั้งปีโตได้ 3.5% ตามที่นายสมคิดเคยยืนยันหลายหนหรือไม่ เพราะจากข้อมูลได้รับทราบว่า เศรษฐกิจปลายปีที่แล้วค่อนข้างแย่ ซึ่งโตต่ำที่สุดกว่าทุกไตรมาสตามที่ได้เตือนไว้แล้ว ฉุดให้ทั้งปี 59 โตได้แค่ 3.2% ไม่ได้ดีตามที่นายสมคิดยืนยัน นายสมคิดจะรับผิดชอบอย่างไร
นายพิชัย กล่าวต่อว่า 2.การที่นายสมคิดบอกว่า ยอดการส่งเสริมการลงทุนที่ 584,350 ล้านบาทเป็นยอดที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ ต้องถามว่า ที่ได้ขอส่งเสริมไปแล้วและที่ได้มีการลงทุนจริงนั้นเท่าไหร่ ทำไมแบงค์ชาติถึงบอกว่าการลงทุนจากต่างประเทศในปี 2559 ถึงลดลง 63% จากปี 58 ที่แย่อยู่แล้ว เพราะความจริงคือยอดการขอส่งเสริมมีมากแต่การลงทุนจริง ๆ กลับมีน้อย อีกทั้งหากย้อนกลับไปในปีก่อนการปฏิวัติ เช่น ปี 2555 ยอดการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และในปี 2556 ยอดขอการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท และมีการลงทุนจริงสูง และยอดขอส่งเสริมก็สูงกว่ายอด 5.8 แสนล้านบาทที่นายสมคิดพยายามขายฝันว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์มาก ใช่หรือไม่ 3.การที่นายสมคิดจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาโดยบอกว่าไปเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน นายสมคิดทราบหรือไม่ว่าสหรัฐอเมริกาในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีนโยบายสหรัฐฯ มาก่อน ส่งเสริมให้คนลงทุนในสหรัฐฯ มากกว่าลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้น จะหวังความสำเร็จในการเยือนได้ขนาดไหน อีกทั้งสหรัฐฯ เองก็เร่งให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยจากการฝึกคอบร้าโกลด์ที่ผ่านมา อยากให้นายสมคิดช่วยแถลงว่า ที่ผ่านมาได้ไปเยือนญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส และจีน มีผลสำเร็จในการเยือนเป็นอย่างไร เหตุใดกลับมาแล้วการลงทุนจึงไม่เพิ่มขึ้นเลย เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ใช่หรือไม่ ไม่อยากให้ไปเยือนเฉยๆ แต่ไม่เกิดประโยชน์อะไร ได้แค่เอามาทำการตลาดเท่านั้น

นายพิชัย กล่าวอีกว่า 4.นายสมคิดทราบหรือไม่ว่า การจะปรับประเทศไทยเป็นไทยแลนด์ 4.0 ให้เทียบเท่าประเทศอื่น ทำให้ต้องมีการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ มาทดแทนการจ้างงาน จะทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้เตรียมพร้อมในเรื่องดังกล่าวอย่างไร ทำไมไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย 5.จริงอยู่ที่ฐานะการเงินการคลังของประเทศยังแข็งแกร่งในปัจจุบัน มีเงินทุนสำรองสูง และหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำ แต่อนาคตจะเป็นอย่างไรถ้าประเทศไทยยังมีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก มีการส่งออกที่ไม่เพิ่มขึ้น และการลงทุนหดหาย แปลว่าปัจจุบันเป็นการกินบุญเก่าใช่หรือไม่ เพราะทุนสำรองที่สูงและหนึ้สาธารณะที่ต่ำก็มีมาตั้งแต่รัฐบาลเดิมแล้ว ไม่ได้เกิดเพราะรัฐบาลนี้ และการที่หนี้สาธารณะที่ต่ำมาตลอดแสดงให้เห็นว่า นโยบายประชานิยมที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ประเทศล่มสลายเหมือนที่ถูกใส่ร้ายใช่หรือไม่ และ6.การที่รัฐบาลพยายามที่จะเก็บภาษีเพิ่มหลายทางในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เป็นแนวทางที่ถูกหรือไม่ ทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลกำลังถังแตกหรือไม่ ซึ่งโดยหลักแล้วควรต้องลดภาษี เพราะการลดภาษีจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นจะส่งผลให้รัฐบาลได้ภาษีกลับมามากกว่า ซึ่งมีตัวอย่างแล้ว หากจำกันได้ รัฐบาลเพื่อไท มีการลดอัตราภาษีนิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 23% แต่กลับเก็บภาษีได้มากขึ้น เพราะเศรษฐกิจดี มีการเจริญเติบโตสูงถึง 6.5% ในปี 2555 ก่อนที่จะมีการประท้วงและเกิดการปฏิวัติ

“อยากให้นายสมคิดศึกษาแนวคิดเดิมที่นายสมคิดเคยสังกัด เพื่อนำไปศึกษาปรับปรุงแนวทางของตัวเอง มิเช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อว่านายสมคิดจะเคยมีแนวคิดที่ดีในอดีตจริง เพียงแต่ทำตามแนวทางของพรรคเดิมเท่านั้น และหากนายสมคิดเห็นว่าไม่ถูกต้อง ผมก็ยินดีจะร่วมชี้แจงให้ประชาชนฟังพร้อมกันได้เสมอ เพื่อให้ประชาชนทราบภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่แท้จริง และอนาคตที่ยังคงมืดมน”นายพิชัยกล่าว

พี่น้อง9คนเป็นโจรหมด โดนป.รวบแล้ว4หลบหนี5

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. มอบหมายให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี สว.กก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส สว.กก.2 บก.ป. ร.ต.อ.จิรพัฒน์ เขียวศิริ รอง สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ติ๋ม เอี่ยมผึ้ง อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 23/2555 ลงวันที่ 28 พ.ค. 55 ข้อหาลักทรัพย์ , น.ส.จิ๋ว เอี่ยมผึ้ง อายุ 44 ปี จำเลยตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ 16/2550 ลงวันที่ 23 มี.ค. 50 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และ น.ส.ต๋อย เอี่ยมผึ้ง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 501/2557 ลงวันที่ 30 เม.ย. 57 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 263/2 ซอยกุนนที แขวงและเขตดินแดง กทม. โดยจับกุม น.ส.ติ๋ม ได้ที่ซอยหมู่บ้านอยู่เจริญ 3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วน น.ส.จิ๋ว จับกุมได้ที่ซอยกุนนที แขวงและเขตดินแดง ขณะที่ น.ส.ต๋อย สามารถจับกุมได้ที่อาคาร 12 หมู่บ้านเอื้ออาทรคลองถนน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.
สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้รวมถึงพี่น้องร่วมสายเลือดอีก 6 คนรวมทั้งหมด 9 คน มีพฤติการณ์ก่อเหตุลักทรัพย์ตามห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ในหลายพื้นที่ โดยลงมือก่อเหตุมานับตั้งแต่ปี 46 ต่อเนื่องกัน โดยทั้งหมดแยกย้ายกันก่อเหตุ ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกแจ้งความดำเนินคดี และถูกศาลออกหมายจับไว้ เมื่อถูกจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีในชั้นศาลแล้วกลับหลบหนีระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นศาล จึงถูกศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้ดังกล่าว สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงนำผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดปราจีนบุรี ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม และศาลอาญา ตามลำดับ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของผูต้องหาแก๊งนี้ทราบว่าก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาสมาชิกแก๊งดังกล่าวได้แล้ว 1 ราย ทำให้ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อีก 5 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี.

นึกว่าโดนอำ! สิทธิโชค รับไม่เชื่อตอนโค้ชเฮงบอกต้องไปอยู่ญี่ปุ่น 1 ปี


สิทธิโชค ภาโส กองหน้าของชลบุรี เอฟซี ยอมรับว่าครั้งแรกที่รู้ว่าต้องไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เป็นแค่การอำเล่นของวิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

หัวหอกวัย 17 ปี กลายเป็นนักเตะไทยคนล่าสุดที่ได้ไปค้าแข้งที่แดนอาทิตย์อุทัย กับ คาโงชิมา เอฟซี ในเจ 3 ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี

“ผมก็ดีใจที่ได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่นครับ” สิทธิโชค กล่าวเริ่มกับโกลประเทศไทย

“เรื่องนี้ผมเพิ่งรู้แบบชัวร์เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็คนที่มาบอกคนแรกก็เป็นโค้ชเฮง (วิทยา เลาหกุล) ตอนแรกก็คิดในใจว่าโดนเขาอำอีกแล้ว และเขาก็มาพูดย้ำๆกับผม ก็เริ่มเชื่อว่าผมได้ไปจริงๆ”

“เรื่องพ่อแม่ก็ได้คุยบ้างแล้วครับ เขาก็บอกไม่ได้อะไร เพราะการไปครั้งนี้มันไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่ได้กับได้ครับ ที่กังวลที่สุดก็คือเรื่องภาษา เพราะคำบางคำผมยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ก็ไปปรึกษาโค้ชเฮง แกก็บอกผมว่าพยายามเล่นบอลให้ง่ายที่สุด”

“เป้าหมายของผมแน่นอน ผมก็ต้องพยายามทำเต็มที่ และก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงที่สุดต่อไปเรื่อยๆ และในอนาคตก็หวังว่าจะได้ไปเล่นในลีกสูงสุดของญี่ปุ่น เหมือนกับ พี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์)ครับ”

สิทธิโชค มีกำหนดการณ์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 24 มกราคมนี้

หลังผ่านมาครึ่งฤดูกาลของฟุตบอลลีกยุโรป Goal รวบรวม 15 ดีลสุดเปรี้ยง ที่ทั้งยอดเยี่ยมและคุ้มค่าทุกเม็ดเงินมาฝาก จะมีใครบ้างไปชมกันเลย!Rank It Up : 15 การซื้อตัวยอดเยี่ยมฤดูกาล 2016-17
ไปยังหน้าแรกของ MSN ไปยัง

ปากพาซวย! ผอ.บาร์ซาตกงานเซ่นกรณีวิจารณ์เมสซี

 

บาร์เซโลนา ปลด เปเร กราตากอส ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝึกซ้อมและการศึกษาของสโมสร หลังจากที่ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับลิโอเนล เมสซี

กราตากอส ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการศูนย์ฝึกเยาวชน ลา มาเซีย ที่โด่งดังของทีมอาซูลกรานา เพิ่งออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเมสซีว่าไม่มีทางเป็นนักเตะที่ดีอย่างทุกวันนี้ได้เลย หากไม่มีเพื่อนร่วมทีมคอยสนับสนุน

“บาร์เซโลนาไม่ได้มาอยู่ตรงนี้แค่เพราะมีเมสซีเท่านั้น” กราตากอสกล่าวไว้ระหว่างการจับฉลากรอบก่อนรองชนะเลิศโกปา เดลเรย์

“เขาเป็นนักเตะที่สำคัญมาก แต่ก็เป็นทั้งทีมที่ชนะบิลเบามาในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถ้าไม่มีเนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ, อิเนียสต้า, ปิเก้ และคนอื่นๆ เขาก็ไม่ได้เป็นนักเตะที่ดีขนาดนี้หรอก”
จากกรณีดังกล่าวทำให้บาร์ซามีความเคลื่อนไหวออกมาทันที ด้วยการปลดกราตากอสออกจากตำแหน่ง พร้อมกับออกแถลงการณ์เน้นย้ำว่าคำพูดของกราตากอสไม่ได้สอดคล้องกับคนอื่นๆ ในสโมสรแต่อย่างใด

รถตู้ผีจ้าง ยืนยันไปจริง! นั่งกันเงียบกริบ คอหวยแห่เล็งทะเบียน ตอง 7รถตู้ผีจ้าง ยืนยันไปจริง! นั่งกันเงียบกริบ คอหวยแห่เล็งทะเบียน ตอง 7

 

ชาวบ้านแห่ดูเลขทะเบียนรถตู้ นข 3777 สกลนคร หลังรู้ข่าวผีจ้างขับไปส่งปฏิบัติธรรม ในรถมีทั้งพระแม่ชีญาติโยม ขับไปหวิดตกอ่างเก็บน้ำ รู้ตัวอีกทีคนหายหมด โชเฟอร์ยืนยันมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่เหมือนมีสิ่งดลใจ…
วันที่ 17 มกราคม 2560 ก่อนออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล และหลังมีข่าว “ผีจ้างรถตู้” ของนายเด่นชัย จันทร์ไตรรัตน์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 10 บ้านขอนกองใหม่ ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าของรถได้ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์แปลกขึ้นจริง เป็นรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน นข 3777 สกลนคร หลังเกิดเรื่องขึ้น ทางญาติพี่น้อง ได้นำพระมาสวดทำบุญบ้าน พร้อมรดน้ำมนต์ เจิมรถสะเดาะเคราะห์เพื่อปัดเป่าเรื่องร้ายและให้เกิดโชคลาภ

นายเด่นชัย จันทร์ไตรรัตน์ อายุ 43 ปี เจ้าของรถตู้ ได้เล่าเหตุการณ์อีกครั้ง ว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2560 ขณะที่ตนขับรถตู้มาทำธุระในเทศบาลตำบลนาหนาด ขากลับได้เกิดเรื่องแปลกคือ เมื่อเดินไปถึงรถ ได้มีพระสงฆ์กับญาติโยม นั่งอยู่ในรถหลายคน ตอนแรกรู้สึกแปลกใจ แต่ตอนนั้นเหมือนมีสิ่งดลใจให้ไปส่งพระสงฆ์กับญาติโยม และแม่ชี โดยไม่ได้คิดอะไร จึงขับรถออกจากเทศบาลตำบลนาหนาด มุ่งหน้าไปตามถนนนาหนาด ไป อ.นาแก เลี้ยวเข้าถนนผ่านบ้านโพนดู่ มุ่งหน้าขึ้นไปตามถนนหมู่บ้าน ไปยังอ่างเก็บน้ำนายาง ต.พุ่มแก อ.นาแก จ.นครพนม โดยจะผ่านทั้งวัดร้าง ป่าช้าของหมู่บ้าน เส้นทางลำบากเป็นหลุมเป็นบ่อ จนไปจุดเกิดเหตุที่พบรถ เป็นเขื่อนกั้นน้ำอ่างนายาง รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร
“ตลอดเส้นทางในความรู้สึกที่จำได้ ไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย เราเองก็ไม่ได้แปลกใจกับเส้นทาง มานึกได้ทีหลัง รู้เพียงว่าจะไปส่งพระกับญาติโยม แม่ชี ที่ต้องการจะไปปฏิบัติธรรม บวกกับชอบไปวัดทำบุญ และมีอาชีพขับรถตู้รับจ้าง การไปส่งญาติโยม พระสงฆ์ที่ไปปฏิบัติธรรมก็เป็นเรื่องที่ควรทำ จนกระทั่งเกิดเรื่องแปลกเมื่อรถตู้ของตนไปตกอยู่บริเวณคลองระบายน้ำสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำ” นายเด่นชัยกล่าว และย้ำอีกครั้งว่า มารู้ตัวตอนล้อหน้ารถตกขอบคลองระบายน้ำ และญาติพี่น้องได้โทรตามเพราะหายไปแต่หัวค่ำ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เมา หรือขาดสติ

ล่าสุดหลังจากมีข่าวแพร่สะพัดออกไป ทำให้มีชาวบ้าน และผู้ที่ทราบข่าว รวมถึงญาติพี่น้องเจ้าของรถตู้ที่ถูกผีจ้าง นำเลขทะเบียนรถไปเสี่ยงโชคกันเกือบทั้งหมู่บ้าน ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ลงท้ายด้วย 777 ขายดี ขายหมด หาซื้อไม่ได้แล้วที่นครพนม.

ทำไม นักเรียนสาวญี่ปุ่นจึงมีกระโปรงสั้น?

โรงเรียนส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะมีเครื่องแบบเป็นของตัวเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องแบบของนักเรียนหญิงที่มีวิวัฒนาการหลากหลายไม่ซ้ำแบบกัน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติโดดเด่นของเครื่องแบบนักเรียนหญิงเลยก็คือกระโปรงสั้น

วัฒนธรรมการสวมกระโปรงสั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อวัฒนธรรม Gyaru เทรนด์ในยุค 90 โดยตำนานป็อปสตาร์อย่าง นามิเอะ อามูโระ ด้วยชุดกระโปรงสั้น คิ้วบางๆ และผมกัดสีขาว โรงเรียนหญิงจึงนำมาประยุกต์เป็นชุดนักเรียนและเริ่มทำให้กระโปรงของพวกเธอสั้นลง

ทำอย่างไร? 3 วิธีง่ายๆ ทำกระโปรงนักเรียนให้สั้น
1. ตัดมันออก
2. พับขอบกระโปรง
3. ใช้ skirt belt (เข็มขัดรัดกระโปรง)

อย่างไรก็ตาม การตัดชายกระโปรงมันมีความเสี่ยงว่าหากสัปดาห์ไหนเกิดทางโรงเรียนมีการ “ตรวจสอบความยาวของกระโปรง” หรือสุ่มตรวจ คุณอาจเจอแจ็คพ็อตโดนจับได้ว่ากระโปรงสั้นกว่าที่ได้รับอนุญาต และจะโดนลงโทษได้ ดังนั้นการพับขอบกระโปรงหรือใช้เข็มขัดรัดกระโปรงจะดีกว่า นี่เป็นวีดีโอแนะนำการใช้เข็มขัดรัดกระโปรง มันง่ายมากๆ! เพียงแค่พับขอบกระโปรงเข้าด้านใน จับจีบกระโปรงให้สวยงาม แล้วรัดเข็มขัดจนจะได้ความสั้นตามที่คุณพอใจ นั่นแหล่ะว้าว!
สงสัยกันใช่มั้ยล่ะ ว่าทำไมต้องทำให้สั้นด้วย

พวกเขาใส่โปรงสั้นทุกวัน แม้แต่ในวันที่อากาศเย็นและลมแรง การสวมกระโปรงสั้นเป็นความภาคภูมิใจสำหรับสาวๆ JK (Joshi Kousei=school girls)

โรงเรียนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะห้ามเด็กผู้หญิงตัดกระโปรงของพวกเธอ แต่พวกเธอบอกว่า “เด็กผู้หญิงต้องสวมกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าอย่างน้อย 5-10 เซนติเมตร” หนึ่งในเหตุผลของการสวมกระโปรงสั้นก็คือ : ท้าทายกฎของโรงเรียนเพื่อความเท่และแฟชั่น มันอาจจะเป็นการท้าทายครูและผู้ใหญ่ แต่สาวๆก็ไม่ได้สนใจแฟชั่นหรือต้องการจะมีปัญหากับครูของพวกเธอที่สวยกระโปรงยาวเลยเข่าหรอก (และพวกเธอก็ทำการบ้านเป็นปกติด้วย)

เหตุผลการสวมกระโปรงสั้นนั่นก็เพราะว่า พวกเธอเชื่อว่าใส่แล้วจะทำให้ขาดูยาวขึ้น บางโรงเรียนนักเรียนหญิงถึงกับพูดว่า “เฉพาะโรงเรียนหญิงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สวมกระโปรงสั้น! ฉันไม่สามารถทำได้จนกว่าจะหลังจบม.ปลาย! ถึงตอนนั้นฉันก็แก่เกินกว่าจะทำได้แล้ว” นั่นสินะ มันยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสาวและความสวยงาม

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเมื่อเร็วๆนี้สาวๆจะเริ่มชอบยาวถึงเข่ากันแล้ว ความยาว (ไม่ยาวไปกว่านี้ ยาวประมาณเข่า) ของกระโปรงจะทำให้ดูเป็นสุภาพสตรีมากขึ้น และเหมือนเป็นกุลสตรี ตัวอย่างที่ดีและเห็นได้ชัดเลยก็สาวๆวง Nogizaka46 เครื่องแบบของพวกเธอไม่สั้นเกินไป ความยาวอยู่ประมาณเข่า มันทำให้พวกเธอดูเป็นเด็กสาวที่สุภาพอ่อนโยน

แม้ว่ากระโปรงยาวถึงเข่าจะเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนหญิงมากขึ้น แต่วัฒนธรรมกระโปรงสั้นก็ยังไม่ตาย มันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการแหกกฎและความสวยงามของสาวๆ JK ตลอดไป

ที่มา : sanook.com

สาวกกรี๊ด! เอ็ดดี้ เผิง จาก เซียนกระบี่พิชิตมาร เดินชิลบนสะพานพระรามแปด !!


นักแสดงไต้หวันสุดหล่อ เอ็ดดี้ เผิง (Eddie Peng) ที่มีผลงานสุดตระการตาอย่างซีรีส์เซียนกระบี่พิชิตมาร ได้บินลัดฟ้ามาพักผ่อนถึงกรุงเทพ ทำเอาแฟน ๆ ตามกรี๊ดแทบไม่ทัน

เมื่อนักแสดงหนุ่มได้มาพักผ่อนที่ไทยทั้งที ก็ได้ถ่ายภาพบรรยากาศสุดประทับใจ ตอนที่เขาได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กเที่ยวในกรุงเทพ แถมยังไปเดินชิลแถวสะพานพระราม 8 แปดอีกด้วยท่ามกลางแสงแดดจ้า แต่สีหน้าเจ้าตัวนั้นดูร้อนระอุกับแดดเมืองไทยสุด ๆ เรียกได้ว่าการมาเยือนบ้านเราครั้งนี้ หนุ่มเอ็ดดี้ เผิงอุบไว้เป็นความลับ จนคลิปถูกปล่อยออกมานี่แหละจ้า เรียกว่าเซอร์ไพรส์สุด ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีผลงงานฟอร์มยักษ์อย่างภาพยนตร์ The Great Wall ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ใครอยากชมหน้าหล่อ ๆ ของเอ็ดดี้ รอติดตามกันได้เล้ย

กลับมาหล่อเหมือนเดิม!! พอร์ช ศรัณย์ เร่งฟิตหุ่นหลังถูกวิจารณ์ไม่เฟิร์ม!!


หลังละครสายโลหิต นำกลับมารีรันฉายซ้ำอีกรอบ เมื่อเวอร์ชั่นเก่าเขาทำเอาไว้อย่างดีเยี่ยม เวอร์ชั่นใหม่ก็มักจะถูกวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งด้านพระเอกหนุ่ม พอร์ช ศรัณย์ รับบท ขุนไกร ใน สายโลหิต เวอร์ชั่น 2017 ประกบคู่กับ นาว ทิสานาฏ ถึงกับรู้สึกกดดันไม่น้อย แถมยังมีกระแสดราม่าหวั่นหุ่นขุนไกรเวอร์ชั่นใหม่ไม่เฟิร์ม ทำเอา พอร์ช ศรัณย์ ถึงกับเร่งฟิตหุ่นให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม แถมยังกลับมาหล่อเหมือนเดิมอีกต่างหาก พร้อมกับถือโอกาสเตรียมควงแฟนสาว เกรซ ฉลองปีใหม่กันสองต่อสอง หลายคนชมว่ากลับมาหล่อเหมือนเดิมแล้ว   ”ก็ขออีกนิดนึง ตอนนี้เรื่องน้ำหนักไม่ค่อยเท่าไหร่ เป็นเรื่องของการที่ต้องทำร่างกายให้เฟิร์มมากกว่า ตอนนี้ก็เข้าฟิตเนสจริงจัง รู้สึกกดดันหลายทางมาก เปิดละครสายโลหิตมาก็โดนด่า เลยต้องจริงจังมาก ปีหน้าตั้งใจเฟิร์มหุ่นให้ดีไปเลยเผื่อจะได้มีอะไรใหม่ๆ ทุกวันนี้ก็เข้าๆ ฟิตเนส 3-4 วันต่ออาทิตย์ แต่ว่าเล่นหนัก เริ่มมีซิกแพคให้เห็นเลือนๆ รางๆ” อยากถ่ายแบบโชว์ซิกแพคไหม   ”ยังไม่เลยครับ ผมไม่ค่อยชอบโชว์เท่าไหร่ ค่อยคิดกันอีกที เขิน (หัวเราะ) ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าพร้อมโชว์ไหม ค่อยดูอนาคตอีกที ถ้าโชว์ก็คงอยากลบคำสบประมาทมากกว่า

แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีคนมาพูดว่าเราอ้วนแล้ว แต่ในละครจะมีบางฉากที่เป็นมุมเสยมากๆ ก็เลยต้องระวังมุมพวกนี้นิดนึง หลายๆ คนก็ช่วยกันเช็คมุมมกล้องให้เรา สักกลางปีหน้าน่าจะเฟิร์ม” เป็นยังไงบ้างกับฟีดแบคสายโลหิตที่อยู่ในช่วงถ่ายแต่ช่องเอาของเก่ามีรีรัน   ”ก็โดนสิครับ ไม่เข้าใจเลย ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ครับ เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เรื่องโดนดราม่ามันก็เป็นเรื่องปกติของละครรีเมค เรื่องนี้เวอร์ชั่นเก่าเขาทำไว้ดีมาก แต่มันก็ผ่านมา 20 ปีแล้วนะครับ ผมว่าเวอร์ชั่นผมก็ต้องมีอะไรที่ดีบ้างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาก เสื้อผ้า ละคร ที่อลังการมากขึ้น อยากให้เปิดใจกันหน่อย ปลายปีหน้าคงได้ดูกัน ก็คงอีกนานอยู่ ” คิดว่าสู้ของ หนุ่ม ศรราม ได้ไหม

“คนนั้นเขาเป็นพระเอกตลอดกาล ผมคงไปสู้พี่เขาไม่ได้ เรียกว่าคนละแบบมากกว่า ก็ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว สำหรับกระแสเปรียบเทียบ ผมไม่นอยด์ไม่ท้อแท้ แต่กลับทำให้ตั้งใจและมีกำลังใจในการทำงานมากกว่า เรียกว่าทำการบ้านอย่างหนัก เพราะเราไม่เคยเล่นพีเรียดขนาดนี้มาก่อน บทต้องพูดตามเป๊ะๆ ต้องไปเรียนฟันดาบ” ปีใหม่ควงเกรซไปไหน   ”มีไปแน่นอน แต่ยังไม่ได้แพลนว่าจะไปที่ไหน ดีที่ปีใหม่ปีนี้ได้ไปเที่ยว เพราะปกติผมไม่ได้ไปไหน ปีนี้ก็ถือว่าได้ไปฉลองกับคนของเรา แล้วก็ได้ไปเที่ยวด้วย ที่ผ่านมาถ่ายละครก็มีเวลาให้เขาบ้าง ไม่มีบ้าง ถ่ายละครเลิกดึกไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ แต่เขาก็เข้าใจนะ เขาเป็นคนง่ายๆ สบายๆ”

กลุ่มบิ๊กไบค์ฝรั่งรุมยำหนุ่มไทย ล่าสุด ยอมจ่ายค่าทำขวัญนับแสน

จากกรณีแม่ค้าขายข้าวแกงย่านวัดชัยมงคล พัทยาใต้ พานายณัฐพงษ์ อายุ 24 ปี กับนายพลรัตน์ อายุ 22 ปี หลานชาย ออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าถูกกลุ่มชายต่างชาติในแก๊ง จยย.บิ๊กไบค์ รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าบ้านพัก ในซอยกรมที่ดิน พัทยาใต้ จนได้รับอันตรายต่อกายและจิตใจ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b2ความคืบหน้าของเรื่องนี้ (23 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้นำตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มบิ๊กไบค์ในนาม “เฮลส์แองเจิล”

เล่นพนันกีฬา ibcbet คาสิโนออนไลน์กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

ประกอบด้วย Mr.Daniel Anthony Stalley อายุ 34 ปี กับ Mr.John Lee อายุ 43 ปี ทั้งคู่สัญชาติออสเตรเลีย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพ

โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ และได้บทสรุปว่า ทางฝ่ายกลุ่มชาวต่างชาติยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับ นายณัฐพงษ์ และนายพลรัตน์ จำนวน 1.5 แสนบาท พร้อมกับซ่อมรถจักรยานยนต์ที่พังเสียหายให้ ส่วนนายนพรัตน์ ผู้เสียหายอีกราย ยินยอมรับค่าเสียหายที่กลุ่มผู้ก่อเหตุ เสนอให้จำนวน 5 พันบาท ทำให้เรื่องจบลงด้วยความสมานฉันท์

ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า ในส่วนของเรื่องคดีความในขณะนี้ต้องรอผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลว่า เป็นการทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ หากเข้าข่ายว่าเป็นคดีอาญาซึ่งยอมความกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนอีก 1 คนที่ยังไม่มาพบตำรวจ ภายหลังจะได้เรียกมาสอบปากคำเพื่อหาบทสรุปของคดีนี้

ในส่วนของกลุ่มผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา ทางตำรวจท่องเที่ยวได้มีการจัดทำประวัติไว้ทุกคนอยู่แล้ว หากพบว่าบุคคลหรือกลุ่มใดมีพฤติกรรมที่น่าจะเป็นภัยต่อสังคม หรือกระทำผิดกฎหมาย ก็จะได้ดำเนินการขั้นเฉียบขาดต่อไป