คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2016

คืบหน้า! สาว 16 สงสัย ‘อดีตเเฟนหนุ่มของสามี’ ปลอมเฟซบุ๊กโพสต์หมิ่นเบื้องสูง

(29 ต.ค.) ความคืบหน้าจากกรณีที่นางสาวณัฐ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี กับนายวัตร (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อยู่ ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า มีคนลักลอบเปิดเฟซบุ๊กปลอมในชื่อตน พร้อมภาพใบหน้าตน โดยมีการโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของนายนินทร์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อดีตเคยเป็นแฟนกับนายวัตร สามีของตนมาก่อน และเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายนินทร์มาสอบปากคำในทันที เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87

พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฉายอรุณ ผู้กำกับการ สภ.กันตัง กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าข้อความโพสต์ดังกล่าว ไม่ใช่ของสองสามีภรรยา และหลังเกิดเรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปตรวจค้นบ้านของผู้เสียหายทั้ง 2 คน รวมทั้งบ้านของผู้ต้องสงสัยคือ นายนินทร์ แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ รวมทั้งที่บ้านก็ไม่มีคอมพิวเตอร์ จึงเอาโทรศัพท์มือถือที่ทำการยึดมาในวันแรก ส่งไปตรวจสอบหาหลักฐานที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด เพราะต้องรอพยานหลักฐาน

แต่อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สมพงศ์ ทองใบ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด โดยมี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เป็นประธาน เพื่อสอบสวนสืบสวนติดตามคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายในมาตรา 112 ให้ได้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการตรวจสอบและรอพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี และเคยก่อเหตุในลักษณะแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวของบุคคลอื่นซึ่งมีปัญหาขัดแย้งในลักษณะเดียวกัน ด้วยการเข้าเปลี่ยนแปลงข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของคู่อริให้หยาบคายขึ้นมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง และขณะนี้ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เกรงจะถูกชาวบ้านที่ทราบข่าวทำร้าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดต่อไป

สุดอัศจรรย์ สาวจีนฝาแฝด คลอดลูกตัวเองในวันเดียวกัน

2 สาวฝาแฝดชาวจีน สร้างเรื่องอัศจรรย์ขึ้น เมื่อพวกเธอบังเอิญตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้งยังให้กำเนิดลูกๆ ของพวกเธอเองในวันเดียวกัน%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a5สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เรื่องราวน่าอัศจรรย์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เกี่ยวกับโชคชะตาของ 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง เมื่อทั้งคู่บังเอิญตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และล่าสุดทั้งคู่ต่างก็ให้กำเนิดลูกของตัวเองในวันเดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเล็กน้อยเท่านั้น

ตามรายงานระบุว่า 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่งได้ให้กำเนิดลูกตัวน้อยในวันเดียวกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน กลายเป็นเรื่องราวน่าประทับใจ คุณแม่ทั้ง 2 คนต่างเป็นฝาแฝดท้องเดียวกัน ก่อนที่ในเวลาถัดมาพวกเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกพร้อมๆ กันอีก

หญิงสาวแฝดผู้พี่ที่ได้แต่งงานกับสามีข้าราชการทหารไปราวๆ เกือบ 2 ปีก่อนหน้านี้ พวกเขายังคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตคู่ เดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ตามที่เวลาจะเอื้ออำนวย โดยยังไม่คิดจะมีทายาท ก่อนที่หญิงสาวแฝดผู้น้องจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มของเธอ เมื่อเดือนมกราคม 2016 ที่ผ่านมา

โชคชะตาช่างแปลกประหลาด หลังจากงานแต่งงานเพียงไม่นาน สาวแฝดผู้น้องก็พบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แบบไม่ทันคาดคิด ขณะที่สาวแฝดผู้พี่กำลังดีใจกับน้องสาวอยู่นั้น เธอก็พบว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่เช่นเดียวกัน สร้างความประหลาดใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่ฝาแฝดทั้งคู่ต่างตั้งครรภ์ในเวลาเดียวกันแบบนี้

ในเวลาต่อมา พวกเธอได้มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ก็พบว่าพวกเธออาจจะให้กำเนิดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา แฝดผู้น้องมีกำหนดคลอดลูกก่อน แต่ปรากฏว่าลูกก็ยังไม่คลอดออกมาสักที ในวันที่ 19 ตุลาคม แฝดผู้พี่เกิดมีอาการถุงน้ำคร่ำแตกระหว่างเข้าห้องน้ำ ทำให้เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

กระทั่งช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องรางน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น สาวแฝดผู้พี่ได้คลอดลูกชาย ตอนช่วงเช้ามืด ส่วนสาวแฝดผู้น้องได้ให้กำเนิดลูกสาว ตอนช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นเอง เด็กแรกเกิดทั้งคู่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงดี อีกทั้งยังมีน้ำหนักแรกเกิดที่เท่ากันคือราวๆ 3,000 กรัมอีกด้วย

‘เต้น’ โหนกระแส ‘โจชัว หว่อง’ เย้ยรัฐน่าอาย ปฏิเสธประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 59 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า มาตรวัดความอายของคนนั้น ไม่เหมือนกัน นายกฯ ไม่ชอบใจและอายชาวโลกมาก ที่ชาวบ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนน แต่สำหรับตนคือการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พยายามทำให้เสียงดังพอที่จะทำให้ผู้มีอำนาจได้ยิน ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เป็นการประท้วงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ตนไม่รู้สึกอายเลย แต่กลับชื่นชมและเอาใจช่วยให้ได้ตามที่เรียกร้อง และเชื่อว่าสังคมโลกก็จะไม่ประณามเราด้วยเรื่องนี้

%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า แต่ที่รู้สึกอายมาก ๆ คือ การควบคุมตัว โจชัว หว่อง แล้วผลักดันออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรแต่ความหมายคือเราปฏิเสธหลักการประชาธิปไตย ตนเข้าใจและไม่ขัดข้องเรื่องความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ แต่คิดว่ามีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ได้

แทนที่ โจชัว หว่อง จะมาพูดวันสองวันแล้วกลับ ไม่เสียหายอะไรมาก เพราะถึงไม่มานักศึกษาที่จัดงานก็พูดแบบเดียวกันอยู่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐกลับทำให้คนพูดถึงเรื่องนี้กันทั่วโลก และคงพูดกันต่อไปอีกนานด้วย

ทั้งนี้ ไม่ได้หาเรื่องรัฐบาล ตอนนี้กำลังเอาใจช่วยให้ท่านเดินตามโรดแม็ปได้โดยเร็ว เพราะถ้าชักช้า การไหลลงของคะแนนนิยมอาจหนักหนากว่านี้ เพียงแต่บางเรื่องไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ไปทำ ถ้าไม่อาย ตนอายแทนก็ได้