กลุ่มบิ๊กไบค์ฝรั่งรุมยำหนุ่มไทย ล่าสุด ยอมจ่ายค่าทำขวัญนับแสน

จากกรณีแม่ค้าขายข้าวแกงย่านวัดชัยมงคล พัทยาใต้ พานายณัฐพงษ์ อายุ 24 ปี กับนายพลรัตน์ อายุ 22 ปี หลานชาย ออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าถูกกลุ่มชายต่างชาติในแก๊ง จยย.บิ๊กไบค์ รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าบ้านพัก ในซอยกรมที่ดิน พัทยาใต้ จนได้รับอันตรายต่อกายและจิตใจ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b2ความคืบหน้าของเรื่องนี้ (23 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้นำตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มบิ๊กไบค์ในนาม “เฮลส์แองเจิล”

เล่นพนันกีฬา ibcbet คาสิโนออนไลน์กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

ประกอบด้วย Mr.Daniel Anthony Stalley อายุ 34 ปี กับ Mr.John Lee อายุ 43 ปี ทั้งคู่สัญชาติออสเตรเลีย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพ

โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ และได้บทสรุปว่า ทางฝ่ายกลุ่มชาวต่างชาติยอมรับผิดและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับ นายณัฐพงษ์ และนายพลรัตน์ จำนวน 1.5 แสนบาท พร้อมกับซ่อมรถจักรยานยนต์ที่พังเสียหายให้ ส่วนนายนพรัตน์ ผู้เสียหายอีกราย ยินยอมรับค่าเสียหายที่กลุ่มผู้ก่อเหตุ เสนอให้จำนวน 5 พันบาท ทำให้เรื่องจบลงด้วยความสมานฉันท์

ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า ในส่วนของเรื่องคดีความในขณะนี้ต้องรอผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลว่า เป็นการทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ หากเข้าข่ายว่าเป็นคดีอาญาซึ่งยอมความกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนอีก 1 คนที่ยังไม่มาพบตำรวจ ภายหลังจะได้เรียกมาสอบปากคำเพื่อหาบทสรุปของคดีนี้

ในส่วนของกลุ่มผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา ทางตำรวจท่องเที่ยวได้มีการจัดทำประวัติไว้ทุกคนอยู่แล้ว หากพบว่าบุคคลหรือกลุ่มใดมีพฤติกรรมที่น่าจะเป็นภัยต่อสังคม หรือกระทำผิดกฎหมาย ก็จะได้ดำเนินการขั้นเฉียบขาดต่อไป

กระบะวีโก้พุ่งชนจยย.และเก๋งดับ2เจ็บ2

สลด!กระบะวีโก้พุ่งชน จยย.ก่อนลากไปชนรถเก๋ง ปากซอยฉลองกรุง 54 เสียชีวิตคาที่ 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย9kpเวลา 00.25 น. เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 3 คัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณ ถ.ฉลองกรุง ขาเข้า ช่วงแยกนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังแยกตัด ถ.เจ้าคุณทหาร จุดเกิดเหตุปาก ซ.ฉลองกรุง 54 ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน 1ฒง 7721 กทม.จอดอยู่เกาะกลางถนน ใต้ท้องรถมีรถจักรยานยนต์ติดอยู่

ส่วนบริเวณไหล่ทาง พบรถเก๋ง ฮอนด้า ทะเบียน ฌภ 6453 กทม. สภาพพังยับเยิน ภายในรถมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นหญิง 1 ราย และเด็กอีก 1 ราย กู้ภัยให้การช่วยเหลือ นำส่ง รพ.นวมินทร์ 9 นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก
2 ราย

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถยนต์กระบะได้เสียหลักพุ่งชนเข้ากับ รถจักรยานยนต์ก่อนลากไปชนกับรถยนต์เก๋ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ และบาดเจ็บ รวม 3 ราย เบื้องต้นสันนิษฐานว่ารถกระบะวีโก้ ขับมาด้วยความเร็ว ประกอบกับมีฝนตก ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์และรถเก๋งคันดังกล่าว ส่วนสาเหตุต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง

ibcbet เพื่อความสะดวกในการใช้บริการของสมาชิก เพราะลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนไทย เราจึงคัดสรรบริการคาสิโนออนไลน์ มาให้ทุกท่านได้ร่วมสนุก สมัครเล่นพนันกับเรา แทงบอลออนไลน์ วันนี้รับโบนัสฟรีทันที พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย

‘นุ๊ก’ ท้อง 4 เดือนสามีดูแลดีอุบเพศตั้งชื่อน้องพอดี


“ตอนนี้ขึ้นเดือนที่ 5 แล้วค่ะ เขาก็ค่อนข้างดูแลดี ดึก ๆ ถ้าเราปวดขาปวดตัวเขาจะลุกขึ้นมานวดให้ และได้แม่สามีที่ดีค่ะ เขาจะสอนตลอด ต้องดูแลภรรยาให้ดีนะ ไม่ใช่แค่เรื่องกิน ต้องดูแลเรื่องอารมณ์ด้วย คุณแม่สามีดีมากค่ะ ผู้หญิงเวลาท้องอารมณ์จะเปลี่ยนเขาก็มีความเข้าใจค่ะ คือจะไม่ได้แพ้ท้องหนักมากเหมือนคนแรก ๆ นะคะ ส่วนมากจะเป็นเรื่องของอารมณ์ที่สวิงมากกว่า ฝากท้องที่เมืองไทยค่ะ ค่อนข้างจะไม่เหมือนท้องแรก เพราะท้องแรกหาหมอไม่กี่ครั้งก็เสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย รับแต่วิตามินไปทาน อันนี้ทุกสองอาทิตย์เลยค่ะ ต้องตรวจต้องเช็ก เพราะเราจะ 40 แล้ว ตรวจหลายอย่างค่ะ ต้องเช็กว่ารกเกาะต่ำไหม คุณหมอย้อนไปเช็กประวัติลูกคนแรกและคนที่สองก็มีประวัติคลอดก่อนกำหนด ก็ค่อนข้างกลัวค่ะ จะมีโอกาส ก็เลยเช็กบ่อย น้อง ๆ ก็ดีค่ะ ต้องขอบคุณเขาด้วยที่ดูแลลูก ๆ ดี ทำให้น้อง ๆ รู้สึกว่าไม่ได้ขาดความอบอุ่น ไม่ได้โดนแย่งความรักค่ะ 05.00 น. เขาจะตื่นเอาลูกไปอาบน้ำ ขับรถไปส่งที่โรงเรียนด้วย น้อง ๆ ตื่นเต้นค่ะ จะแย่งกันเลี้ยงค่ะ”

ตอนนี้รู้เพศของน้องหรือยัง ?
“จริง ๆ รู้ตั้งแต่ตรวจโครโมโซมแรกแล้วค่ะ แต่ยังไม่บอก ไม่ได้ถือฤกษ์อะไร แต่อยากให้รอลุ้นกันค่ะ นุ๊กคิดชื่อไทยไว้ตั้งแต่เดือนแรก ๆ ก่อนที่ในหลวงจะสวรรคตนะคะ นุ๊กได้ทำงานกับบริษัทพอดีคำ และบริษัทพอดีคำ ได้นำชื่อในพระราชดำรัสในเรื่องของความพอเพียงมาใช้ เราเลยรู้สึกว่าจะให้น้องชื่อพอดี อยู่พอดีเลยค่ะ ส่วนเขาเองก็คงคิดชื่ออาหรับของเขาค่ะ เรื่องเปิดตัวธุรกิจน่าจะเลื่อนไปก่อนค่ะ”

อย่างสามีเราเป็นชาวต่างชาติเขารับรู้และเข้าใจในเหตุการณ์สูญเสียของคนไทยตอนนี้หรือเปล่า ?

“ก็มีถาม โชคดีที่ประเทศเขาเป็นประเทศที่มีประมุขเหมือนกัน เป็นศุลต่าน เขาก็มีความเข้าใจตรงนี้ แต่เขาจะถามในเรื่องของพิธีการ พิธีทางศาสนา และเขาจะถามว่าทำไมคนไทยถึงได้รักในหลวงมาก เราก็จะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันว่า ท่านทรงงานอะไร เขาก็จะเล่าในส่วนของเขาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขารู้สึกมหัศจรรย์ น่าจะเป็นเรื่องโครงการฝนหลวง เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อน จะเล่าในเรื่องของพระราชกรณียกิจต่าง ๆ มากกว่าค่ะ และในช่วงที่ผ่านมา เขาก็จะได้เห็นพระองค์ผ่านทางทีวี ในการเสด็จไปยังที่ต่าง ๆ พระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระองค์ด้วยค่ะ เรื่องทำจิตอาสา คือก่อนหน้านี้แพ้ท้องมากไป กลัวว่าจะเป็นลม แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่แล้วค่ะ”

‘โบ๊ท’ รักข้างเดียว ‘เม’ ถ่ายทอดโขนพระราชทาน


“แสงเทียน” หนึ่งในละครชุด “แม่ของแผ่นดิน” ลงจอช่อง 3 แล้ววันนี้เป็นเรื่องราวของ “สิบทิศ” แสดงโดย โบ๊ท ธารา นักแสดงโขนพระราชทาน ที่รับบทเป็น “ทศกัณฐ์” และ “เพลงพิณ” แสดงโดย เม นิศาชล สาวสวยผู้รับบท “นางสีดา” ซึ่งตามมหากาพย์รามเกียรติ์ ทศกัณฐ์ รัก นางสีดา ข้างเดียวซึ่งไม่ได้ต่างจาก สิบทิศ ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดันและเป็นฝันร้ายของ เพลงพิณ มาตั้งแต่เด็ก ตรงข้ามกับ สิบทิศ ที่เห็น เพลงพิณ เป็นรักแรกและรักเดียวตลอดมา

หนุ่ม กฤษณ์ ศุกระมงคล ผู้จัดค่ายเมเกอร์เค เผยว่า “ละครเรื่องนี้ตามกำหนดการออก อากาศเดิมคือวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งวันนั้นพอทราบประกาศจากสำนักพระราชวัง ในตอนนั้นผมกำกับ “เล่ห์ลับสลับร่าง” อยู่ใจเสียทั้งกอง ตัวผมโดนเหล็กทิ่มที่ขา โดนได้ยังไงไม่รู้ตัวเลย เย็บไป 4 เข็ม ละครตอนแรก จะยังไง ได้ออนไม่ได้ออนผมไม่คิดถึงเลย คิดแต่ว่าไม่อยากให้ข่าวการสวรรคตเป็น

เรื่องจริง ซึ่งแสงเทียนก็เลื่อนไป ตอนนี้ได้เวลาที่เหมาะสมก็อยากฝากให้ติดตามกัน เราตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวของโขนพระราชทาน โครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระนาง เจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นักแสดงและทีมงานภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ก็อยากฝากให้ติดตามกันครับ”

ผู้ว่าฯกทม.ตรวจโป๊ะท่าเรือริมแม่น้ำ”เจ้าพระยา”

อัศวิน” ลงเรือตรวจความปลอดภัยโป๊ะ ท่าเรือริมแม่น้ำ”เจ้าพระยา” รับวันลอยกระทง 14 พ.ย.
11 พ.ย.59-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะ เดินทางมายังท่าเรือกองการท่องเที่ยว เขตพระนคร เพื่อลงเรือตรวจสอบความปลอดภัยท่าเทียบเรือและโป๊ะริมแม้น้ำเจ้าพระยาผู้ว่าฯกทม.ตรวจโป๊ะท่าเรือริมแม่น้ำ"เจ้าพระยา"
เพื่อเตรียมการป้องกันและลดอุบัติภัยในช่วงวันลอยกระทง วันที่ 14 พ.ย.นี้ โดยนายชุมพล ชาวเกาะ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) รายงานว่า สปภ.ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันทำแผนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยช่วงก่อนวันลอยกระทง โดยมีสำนักอนามัย สำนักการแพท์ สปภ. และสำนักงานเขตประจำในจุดสำคัญต่างๆ โดยจะมีศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกส่วนราชการและภาคส่วนอื่นที่มาช่วยดูแลการป้องกันเหตุในช่วงวันลอยกระทงในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ โดยจะตรวจเพื่อหาข้อบกพร่องในจุดต่างๆ เพราะยังเชื่อว่าอาจจะมีจุดอ่อน และช่องโหว่ต่างๆ ที่ยังไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ กทม.ก็ต้องเติมให้เต็ม อาทิ การเอียงของโป๊ะจะเป็นอย่างไร เพราะถ้ามีคนลอยกระทงฝั่งเดียวจะมีความปลอดภัยหรือไม่ กทม.จะไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

โดยบางโป๊ะที่อาจรับน้ำหนักได้แค่ 80 แต่ตนอาจจะขอแค่ 60 คนได้หรือไม่ เพื่อกันเหนียวไว้ก่อน โดยเฉพาะการดูแลเด็กเล็กที่จะลอยกระทงในวันนั้น ส่วนเด็กเก็บกระทงนั้น จะขอให้กระทงลอยไปก่อนได้หรือไม่ จึงขอให้สปภ.และสำนักเทศกิจ กองทัพเรือ และกรมเจ้าท่าช่วยประชาสัมพันธ์ตรงนี้ด้วย ขณะเดียวกันขอให้ประ ชาสัมพันธ์ก้ามเล่นพลุ ปล่อยโคมลอย หรือให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้โฟม หากเป็นขนมปังจะดีที่สุดเพราะปลาจะกินได้ด้วย

จากนั้นพล.ต.อ.อัศวิน พร้อมคณะได้ลงเรือตรวจการณ์ไปยังท่าเรือท่าช้าง เขตพระนคร ท่าเรือสะพานพุทธยอดฟ้า เขตพระนคร ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ ท่าเรือวังหลังเขตบางกอกใหญ่ ท่าเรือสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งธงบุรี เขตบางกอกน้อย จนเรือได้ล่องมาถึงท่าเรือสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด.

คืบหน้า! สาว 16 สงสัย ‘อดีตเเฟนหนุ่มของสามี’ ปลอมเฟซบุ๊กโพสต์หมิ่นเบื้องสูง

(29 ต.ค.) ความคืบหน้าจากกรณีที่นางสาวณัฐ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี กับนายวัตร (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อยู่ ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า มีคนลักลอบเปิดเฟซบุ๊กปลอมในชื่อตน พร้อมภาพใบหน้าตน โดยมีการโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของนายนินทร์ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี อดีตเคยเป็นแฟนกับนายวัตร สามีของตนมาก่อน และเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายนินทร์มาสอบปากคำในทันที เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87

พ.ต.อ.ธีระพงษ์ ฉายอรุณ ผู้กำกับการ สภ.กันตัง กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าข้อความโพสต์ดังกล่าว ไม่ใช่ของสองสามีภรรยา และหลังเกิดเรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปตรวจค้นบ้านของผู้เสียหายทั้ง 2 คน รวมทั้งบ้านของผู้ต้องสงสัยคือ นายนินทร์ แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ รวมทั้งที่บ้านก็ไม่มีคอมพิวเตอร์ จึงเอาโทรศัพท์มือถือที่ทำการยึดมาในวันแรก ส่งไปตรวจสอบหาหลักฐานที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด เพราะต้องรอพยานหลักฐาน

แต่อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สมพงศ์ ทองใบ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด โดยมี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เป็นประธาน เพื่อสอบสวนสืบสวนติดตามคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายในมาตรา 112 ให้ได้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการตรวจสอบและรอพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี และเคยก่อเหตุในลักษณะแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวของบุคคลอื่นซึ่งมีปัญหาขัดแย้งในลักษณะเดียวกัน ด้วยการเข้าเปลี่ยนแปลงข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของคู่อริให้หยาบคายขึ้นมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง และขณะนี้ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เกรงจะถูกชาวบ้านที่ทราบข่าวทำร้าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดต่อไป

สุดอัศจรรย์ สาวจีนฝาแฝด คลอดลูกตัวเองในวันเดียวกัน

2 สาวฝาแฝดชาวจีน สร้างเรื่องอัศจรรย์ขึ้น เมื่อพวกเธอบังเอิญตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้งยังให้กำเนิดลูกๆ ของพวกเธอเองในวันเดียวกัน%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%9d%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a5สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เรื่องราวน่าอัศจรรย์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก เกี่ยวกับโชคชะตาของ 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่ง เมื่อทั้งคู่บังเอิญตั้งครรภ์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และล่าสุดทั้งคู่ต่างก็ให้กำเนิดลูกของตัวเองในวันเดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเล็กน้อยเท่านั้น

ตามรายงานระบุว่า 2 หญิงสาวพี่น้องฝาแฝดคู่หนึ่งได้ให้กำเนิดลูกตัวน้อยในวันเดียวกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน กลายเป็นเรื่องราวน่าประทับใจ คุณแม่ทั้ง 2 คนต่างเป็นฝาแฝดท้องเดียวกัน ก่อนที่ในเวลาถัดมาพวกเขาก็ได้ให้กำเนิดลูกพร้อมๆ กันอีก

หญิงสาวแฝดผู้พี่ที่ได้แต่งงานกับสามีข้าราชการทหารไปราวๆ เกือบ 2 ปีก่อนหน้านี้ พวกเขายังคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตคู่ เดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ตามที่เวลาจะเอื้ออำนวย โดยยังไม่คิดจะมีทายาท ก่อนที่หญิงสาวแฝดผู้น้องจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มของเธอ เมื่อเดือนมกราคม 2016 ที่ผ่านมา

โชคชะตาช่างแปลกประหลาด หลังจากงานแต่งงานเพียงไม่นาน สาวแฝดผู้น้องก็พบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แบบไม่ทันคาดคิด ขณะที่สาวแฝดผู้พี่กำลังดีใจกับน้องสาวอยู่นั้น เธอก็พบว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่เช่นเดียวกัน สร้างความประหลาดใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่ฝาแฝดทั้งคู่ต่างตั้งครรภ์ในเวลาเดียวกันแบบนี้

ในเวลาต่อมา พวกเธอได้มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ก็พบว่าพวกเธออาจจะให้กำเนิดลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา แฝดผู้น้องมีกำหนดคลอดลูกก่อน แต่ปรากฏว่าลูกก็ยังไม่คลอดออกมาสักที ในวันที่ 19 ตุลาคม แฝดผู้พี่เกิดมีอาการถุงน้ำคร่ำแตกระหว่างเข้าห้องน้ำ ทำให้เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

กระทั่งช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เรื่องรางน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น สาวแฝดผู้พี่ได้คลอดลูกชาย ตอนช่วงเช้ามืด ส่วนสาวแฝดผู้น้องได้ให้กำเนิดลูกสาว ตอนช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นเอง เด็กแรกเกิดทั้งคู่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงดี อีกทั้งยังมีน้ำหนักแรกเกิดที่เท่ากันคือราวๆ 3,000 กรัมอีกด้วย

‘เต้น’ โหนกระแส ‘โจชัว หว่อง’ เย้ยรัฐน่าอาย ปฏิเสธประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 59 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า มาตรวัดความอายของคนนั้น ไม่เหมือนกัน นายกฯ ไม่ชอบใจและอายชาวโลกมาก ที่ชาวบ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนน แต่สำหรับตนคือการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พยายามทำให้เสียงดังพอที่จะทำให้ผู้มีอำนาจได้ยิน ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เป็นการประท้วงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ตนไม่รู้สึกอายเลย แต่กลับชื่นชมและเอาใจช่วยให้ได้ตามที่เรียกร้อง และเชื่อว่าสังคมโลกก็จะไม่ประณามเราด้วยเรื่องนี้

%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า แต่ที่รู้สึกอายมาก ๆ คือ การควบคุมตัว โจชัว หว่อง แล้วผลักดันออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรแต่ความหมายคือเราปฏิเสธหลักการประชาธิปไตย ตนเข้าใจและไม่ขัดข้องเรื่องความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ แต่คิดว่ามีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ได้

แทนที่ โจชัว หว่อง จะมาพูดวันสองวันแล้วกลับ ไม่เสียหายอะไรมาก เพราะถึงไม่มานักศึกษาที่จัดงานก็พูดแบบเดียวกันอยู่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐกลับทำให้คนพูดถึงเรื่องนี้กันทั่วโลก และคงพูดกันต่อไปอีกนานด้วย

ทั้งนี้ ไม่ได้หาเรื่องรัฐบาล ตอนนี้กำลังเอาใจช่วยให้ท่านเดินตามโรดแม็ปได้โดยเร็ว เพราะถ้าชักช้า การไหลลงของคะแนนนิยมอาจหนักหนากว่านี้ เพียงแต่บางเรื่องไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ไปทำ ถ้าไม่อาย ตนอายแทนก็ได้

กรรเชียงชายหาดผงาดคว้าทองบีชเกมส์

ทีมเรือพายกระชากเหรียญได้มาทั้งทองและเงิน ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เมืองดานังทัพไทยได้เหรียญทองเพิ่มจาก เรือพาย ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 5

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87

ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม วันที่ 28 กันยายน 2559 โดยเรือพายมี ชิง 2 ทอง กรรเชียงชายหาด 1 คน ชาย ณัฐพงศ์ แสงพรมชารี เข้าชิงกับ เหลา หิว เฟือง จากฮ่องกง ปรากฏว่า ณัฐพงศ์เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าทองด้วยเวลา 2.57.93 นาที

ส่วนฮ่องกงได้เหรียญเงิน 2.58.32 นาทีขณะที่กรรเชียงชายหาด 1 คน หญิง ทิพย์พาพร พิทักษ์เผ่าไทย ได้เหรียญเงิน 3.53.60 นาทีนายนพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผู้จัดการทีมเรือพายไทย กล่าวว่า ทิพย์พาพรที่เอาชนะ เซียว หยู่ จากจีน เหรียญเงินโอลิมปิกม

าได้ในรอบตัดเชือกก็คิดว่าต้องได้ทองแน่ๆ แต่พอรอบชิงเจอกระแสลมไม่เข้าข้าง มีลมมาตีเข้าที่หัวเรือทำให้กลับเรือลำบากต้องเสียเวลากลับลำ ทำให้อินโดนีเซียแซงไปได้ แต่ก็มั่นใจว่าในอีเวนท์ที่เหลือจะคว้าทองได้อย่างน้อยอีก 2 ทอง เพื่อให้ครบ 3 ทองตามเป้า

กระบะลำปางสุดระห่ำ ยิงปืนขึ้นฟ้า! รำคาญโจ๋ยกพวกตีกันขวางถนน

เกิดเหตุชุลมุนทะเลาะวิวาทกันกว่า 30 คน กลางถนนหน้าสถานบันเทิงชื่อดังลำปาง ทำให้รถกระบะเกิดความรำคาญใจที่ต้องจอดรอนาน ชักปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขอเปิดทาง แต่เมื่อเหล่าวัยโจ๋หายอึ้ง ก็กลับมาตะลุมบอนกันต่อ%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2เวลา 02.20 น. วันที่ 24 กันยายน 2559 ที่ถนนหน้าสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ถนนเวียงละกอน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันกลางถนน ท่ามกลางสายตาของนักเที่ยวราตรี ซึ่งเป็นวัยรุ่นเมืองลำปาง ที่กำลังทยอยออกมาจากสถานบันเทิงชื่อดัง หลังสถานบันเทิงปิดให้บริการเวลา 02.00 น.

เเต่ระหว่างนั้นได้เกิดความชุลมุนขึ้น เมื่อกลุ่มวัยรุ่นชายกว่า 30 คน ทะเลาะวิวาทชกต่อยกันกันกลางถนน ทำให้รถที่จะวิ่งผ่านไปมานั้น ต้องจอดชะลอเหตุชุลมุนดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็มีรถกระบะสีดำคันหนึ่ง ที่จอดรอนานและเกิดความไม่พอใจ

ทำให้ขณะกำลังขับรถผ่านวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวที่กำลังมีเรื่องชุลมุนทะเลาะวิวาทกันอยู่นั้น คนขับก็ได้เปิดกระจกลงก่อนที่จะยื่นมือออกมา และใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบชนิด ยิงปืนขึ้นฟ้า 4 นัด สร้างความตกใจและหวาดกลัวต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหยุดชุลมุนทะเลาะวิวาทกัน และยังเกิดชกต่อยกันต่อ จนกระทั่งทางการ์ดของสถานบันเทิงต้องเข้ามาระงับเหตุ