นำจับ 1 แสน ตามล่ารถขนนมถูกปล้น คาดเตรียมใช้ก่อเหตุคาร์บอม

เจ้าหน้าที่ปัตตานี เร่งค้นหารถส่งนมโรงเรียน หลังถูกคนร้ายปล้นวานนี้ คาด เตรียมใช้ก่อเหตุคาร์บอมบ์รถส่งนมบรรยากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี หลัง 6 คนร้าย ได้ปล้นรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ตอนเดียว มีโลโก้นม หมายเลขทะเบียน บธ – 1426 ปัตตานี ของ นายอับดุลบากา มาลายา บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านชะเมาสามต้น ม.5 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นรถส่งนมให้กับโรงเรียน ล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงนำกำลัง

ออกตรวจสอบ อู่ซ่อมรถในพื้นที่ที่รับผิดชอบ หลังจากสืบทราบว่า รถคันดังกล่าวคนร้ายได้เตรียมบรรจุระเบิด หรือเปลี่ยนป้าย เปลี่ยนสี เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตได้ชัด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีการวางจุดสกัดจับรถและบุคคลตามเส้นทางเข้าออกพื้นที่ทุกเส้นทาง ที่คาดว่าคนร้ายอาจหลบหนี

ขณะที่ นายโอม เชื่อแหลม นายอำเภอสายบุรี ได้ประกาศรางวัลนำจับ 100,000 บาท หากใครพบเบาะแสรถคันดังกล่าว และทุกฝ่ายยังเชื่อว่า รถคันดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่ เพื่อเตรียมนำมาก่อเหตุในช่วงนี้ ส่วนของความไม่สงบจากเมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ จ.ปัตตานี ยังไม่เกิดเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

ตำนานเรื่องเล่าไทย ผีทะเล ผีพรายทะเล อ.แดน จอมขมังเวทย์

ผีทะเล เป็นผีชนิดหนึ่งที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตในทะเล ผีทะเลมักปรากฏให้เห็นหลายลักษณะ บ้างก็อาจปรากฎในรูปลักษณ์ของคนที่เดินลากปลาตัวใหญ่ขึ้นมาจากทะเลพรายทะเลเนื่องมาจากถูกปลากินจนเสียชีวิต หรือบ้างก็ปรากฎตัวในชาวประมงเห็นโดยขึ้นมาบนเรือในยามวิกาลขณะที่ชาวประมงกำลังออกเรือหาปลา ซึ่งผีทะเลที่ขึ้นมาบนเรือในลักษณะนี้ มักจะมาในรูปแบบของดวงไฟที่สว่างอยู่บนเสากระโดงเรือ ซึ่งชาวประมงมีความเชื่อโดยทั่วกันว่า ถ้าผีทะเลได้ขึ้นมาเกาะบนเสากระโดงเรือของชาวประมงลำใด จะส่งผลให้เรือลำนั้นอัปปางลงกลางทะเลในที่สุด

ปรากฏการณ์ผีทะเลไม่ได้มีเพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ชาวตะวันตกก็มีความเชื่อในทำนองนี้เช่นกัน โดยเรียกกันว่า เปลวเพลิงแห่งเซนต์เอลโม (St. Elmo’s Fire) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดไฟฟ้าสถิตย์ในอากาศแล้วไหลลงสู่ที่ต่ำโดยผ่านวัตถุอย่างเสากระโดงเรือ เหตุการณ์เช่นนี้จึงมักจะเกิดในวันที่มีฝนตกและมีพายุฝนรุนแรง

ในด้านของวรรณคดีไทย ก็มีการกล่าวถึงผีทะเลเอาไว้เช่นกัน โดยพบในวรรณคดีเรื่อง “พระอภัยมณี” ซึ่งเป็นบทประพันธ์เอกของสุนทรภู่ครูกวีศรีสยาม ผีทะเลในเรื่องนี้ก็คือนางผีเสื้อสมุทร ผู้เป็นยักษ์ที่มีฤทธิ์ร้ายกาจ มีอำนาจมากมาย และเป็นใหญ่ที่สุดในบรรดาภูตผีทั้งหมดที่สิงสู่อยู่ในท้องทะเล

แต่ในปัจจุบัน คำว่าผีทะเลกลับเปลี่ยนความหมายไปจากเดิม และมักใช้เป็นคำด่าทอหรือคำตำหนิที่ออกแนวแกมหยิกแกมหยอก มากกว่าจะใช้เป็นคำที่เรียกภูตผีที่มาจากท้องทะเล

ปลัดมท.ยันสอบสุขุมพันธุ์10ก.ย.ต้องรู้ผล

ปลัด มท. ยัน สอบ ‘สุขุมพันธุ์’ ปมประดับไฟแล้ว ย้ำ 10 ก.ย. ต้องรู้ผล รายงาน พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อดำเนินการปลด – ย้ายตามกฎหมายปลัดมท.นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร จำนวน 39.5 ล้านบาท ว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นการสอบข้อเท็จจริงทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ทางอาญา วินัย และความรับผิดทางละเมิด

เมื่อมี 3 เรื่องนี้เกิดขึ้น ทาง กทม. เป็นหน่วยงานต้นสังกัดที่จะต้องดำเนินการ ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ดำเนินการเฉพาะตัวบุคคล คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการสอบสวน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่ และได้ข้อมูลจาก กทม. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาบางส่วนแล้ว หากมีความชัดเจน จะแถลงให้รับทราบอย่างแน่นอน

ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ได้ดำเนินการมา 2-3 ครั้งแล้ว จนถึงขณะนี้ข้อมูลที่กระทรวงมหาดไทยได้ขอไปยัง กทม. สตง. และฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มาบางส่วนแล้ว แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ใน วันที่ 10 ก.ย. นี้ จะต้องรู้ผลหากพบความผิดจริงจะรายงานไปที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินปลดย้ายตามกฎหมายต่อไป จากเดิมที่ให้รายงานความคืบหน้าแค่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เมื่อมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่50/2559 ตามมาตรา 44 ออกมา ก็จะต้องรายงานมาที่นายกรัฐมนตรีด้วย

ชะพลู ถือเป็นพืชสมุนไพร และพืชผักพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการปรุงอาหารเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากให้รสหวานเย็น มีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นคาวอาหารได้เป็นอย่างดีใบชะพลูชะพลู มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Piper sarmentosum Roxb. อยู่ในวงศ์ Piperaceae ชื่ออื่นช้าพลู (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน) พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
• ลำต้น ลำต้นมีลักษณะตั่งตรง สูงประมาณ 30-50 ซม. สีเขียวเข้ม มีข้อเป็นปม แตกกอออกเป็นพุ่ม เติบโตได้ดีในพื้นที่ดินชุ่ม

• ใบ ใบมีสีเขียวสดถึงเขียวแก่ ก้านใบยาว 1-3 ซม. ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว คล้ายรูปหัวใจ ใบกว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ผิวมันออกมัน แทงใบออก 2 ใบตรงข้ามกัน มีเส้นใบประมาณ 7 เส้น แทงออกจากฐานใบ

ชะพลู    ดอก ดอกเป็นช่อ ทรงกระบอก ชูตั้งขึ้น ดอกอ่อนมีสีขาว เมื่อแก่จะออกสีเขียว รูปทรงกระบอก แทงดอกบริเวณปลายยอด และช่อใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 1.5 ซม. ดอกเป็นดอกแยกเพศ • ผล ผลเจริญบนช่อดอก มีลักษณะเป็นผลสีเขียว ผิวมัน มีลักษณะกลมเล็กฝังตัวในช่อดอกหลายเมล็ด มักออกดอกมากในฤดูฝน

ดอกชะพลูประโยชน์ชะพลู
ใบชะพลูมีรสหวาน เย็น และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงนิยมนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ เมี่ยงคำ แกงอ่อม หรือเป็นผักเคียงทานกับข้าวยำ และน้ำพริกต่างๆ ในภาคอีสานนิยมนำมาทำแกงอ่อม นำมาทำเป็นผักกินกับลาบอีสาน ซึ่งจะให้รสชาติออกเผ็ด เย็นเล็กน้อย

คุณค่าทางสารอาหาร
สารอาหารสำคัญที่พบ ได้แก่ แคลเซียม และสารเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีในปริมาณสูง และน้ำมันหอมระเหย (Volatile Oil) ที่ประกอบด้วยสารในกลุ่ม Lignans และ Alkaloids และสารอื่นดังแสดงด้านล่าง

รถฉุกเฉิน-กู้ภัย เฉี่ยวชนสิบล้อสยอง 2 เหตุการณ์ซ้อน

เกิดเหตุรถตู้ฉุกเฉินชนกับรถบรรทุกสิบล้อ 2 เหตุการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน คันแรกใกล้แยกวังน้อย หลังพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน ส่วนอีกกรณีย่านดุสิต รถกู้ภัยฝ่าไฟแดงชนกับรถบรรทุกหินรถฉุกเฉิน(24 ส.ค.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ได้รับแจ้งเหตุรถกู้ชีพของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกสิบล้อ บริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จุดเกิดเหตุพบรถบรรทุกหินมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ข้างๆ กันเป็นรถตู้กู้ชีพ สภาพด้านหน้ารถเสียหายเช่นเดียวกัน

เหตุดังกล่าวมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุรถตู้กู้ชีพได้เปิดสัญญาณไซเรนวิ่งไปตามทาง กระทั่งมาถึงจุดดังกล่าวเป็นทางแยก สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นไฟแดง แต่รถตู้กู้ชีพก็ยังขับฝ่าทางไป ทำให้เกิดเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกที่ขับมาจากถนนพิชัยอย่างจัง

ขณะที่อีกกรณีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุรถตู้ฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกสิบล้อ บริเวณถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 70 มุ่งหน้าแยกวังน้อย เป็นเหตุทำให้รถฉุกเฉินเสียหลักตกลงไปที่ร่องกลางถนน

สำหรับเหตุดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ 1 คน ร่างติดอยู่ในซากรถ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยเหลือออกมาจากทุลักทุเล จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้ฉุกเฉินคันดังกล่าว เพิ่งกลับมาจากส่งผู้ป่วยที่ จ.ขอนแก่น และกำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่ารถบรรทุกสิบล้อได้ขับตัดหน้ารถอย่างกะทันหัน ทำให้รถตู้ฉุกเฉินหักหลบและเสียหลักตกลงร่องกลางถนนดังกล่าว อย่างไรก็ตามทั้งสองเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เศร้า ทหารกล้ารอประดับยศเรือตรี ถูกลอบวางระเบิดตายในหน้าที่

(21 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.30 น. พระครูภาวนาประชานาถ เจ้าอาวาสวัดเขาบำเพ็ญบุญ ผู้ดำเนินการฝ่ายสงฆ์ และพลเรือตรี อาทร เคลือบมาศ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ผู้ดำเนินการฝ่ายคฤหสถ์ ในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 105 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติทรงเจริญพระชนมายุ 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 นำพระนวกะจำนวน 105 รูป ร่วมฟังพระสวดพระอภิธรรศพ พันจ่าเอก องอาจ สีหบุตร ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีทหารกล้าพร้อมมอบเงินให้กับญาติของผู้วายชน์เป็นจำนวน 17,000 บาท ยังความซาบซึ้งใจและปิติยินดีกับเหล่าบรรดาญาติของ พันจ่าเอก องอาจ สีหบุตร ผู้เสียชีวิตจากถูกกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดในขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดนราธวาส เมื่อวันที่17 ส.ค.59 ที่ผ่านมา

สำหรับพันจ่าเอก องอาจ ผู้เสียชีวิต เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว เมื่อปี 2554 และผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ จึงได้ประกาศให้ได้รับการเลื่อนยศเป็นทหารสัญญาบัตรชั้นยศเรือตรี ซึ่งรอรับการประดับยศในเร็วๆ นี้ แต่ได้มาถูกลอบวางระเบิดจนเสียชีวิตเสียก่อน

ส่วนพิธีบำเพ็ญกุศลศพ กองทัพเรือได้กำหนดสวดพระอภิธรรมระหว่าง วันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2559 เวลา 19.30 น และกำหนดพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2559 เวลา 16.00 น. ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ปราสาทกิฟุโจะ เคยใช้เป็นฐานทัพในการวบรวมประเทศ

ปราสาทกิฟุโจะรู้จังว่าเป็นปราสาทของNobunaga Odaเคยใช้เป็นฐานทัพในการวบรวมประเทศญี่ปุ่นในสมัยSengoku มันเป็นที่พักอาศัยของDouzan Saito ปราสาทกิฟุโจะมีความสูง329เมตรและเป็นหนึ่งปราสาทที่สูงที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ทุกวันนี้ มันเป็นปราสาทที่สำคัญของปราสาทกิฟูประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เนื่องจากมันแสดงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยกลางถึงสมัยใหม่ตอนต้นผ่านสถาปัตยกรรม,เทคนิค เช่น การใช้กำแพงหินและชั้นมากมาย
จากปราสาทกิฟุโจะนักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศย์สวยงามของม่น้ำนางาระ,ภูเขาอินะซัง,ภูเขาคิโซะมิทาเกะ,โนริกุระ,เทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น,ภูเขาอิบูคิ/โยอุโรอุ/ซูซูกะ,ที่ราบโนบิและอ่าวอิเสะ ปราสาทในปัจจุบันได้มีการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในปี1956และอาคารก่อสร้างสี่ชั้นด้วยการเสริมกำลังคอนกรีต มีห้องนิทรรศการของอุปกรณ์ในประวัติศาสตร์จักแสดงอยู่ภายใน และระเบียงที่ใช้เป็นหอสังเกตการณ์ ปราสาทจะสว่างไสวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึง22.00น. ทำให้ปราสาทดูลอยออกมาจากความมืด

ผู้ที่ได้รับชัยชนะมิโนะจะเป็นผู้ที่รับชัยชนะทั่วทั้งประเทศ
ตั้งแต่ปราสาทกิฟุโจะตั้งอยู่บนหน้าผาภูเขาสูง เชื่อกันว่าเป็นปราสาทที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าในปี1567 Nobunaga Odaได้เข้ายึดครองมันและกลายเป็นเจ้าของปราสาทในที่สุด ไม่เพียงแต่เขาได้รับชัยชนะในบริเวณทั้งหมดรอบๆปราสาท แต่ยังได้เปลี่ยนชื่อของบริเวณนี้จาก I-no-kuchiเป็นGifu ปราสาทกิฟุโจะเคยใช้เป็นฐานทัพขณะNobunagaรวมประเทศ หลังจากนั้นเขาให้มันแก่บุตรชายของเขาในปี1576 ในปี1600 Hidenobu(หลานชายของNobunaga)ถูกโจมตีโดยTo-gun(ศัตรูทางทิศตะวันออก) ระหว่างสงครามปราสาทกิฟุโจะ(สงครามSekigaharaเบื้องต้น) ปราสาทจึงได้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู

ทิวทัศน์ของปราสาทกิฟุโจะในเวลากลางคืน
ปราสาทกิฟุโจะเปิดในช่วงกลางคืนในเวลาที่จำกัด คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์พาโนราม่าในเวลากลางคืนที่นั่น ไม่เพียงคุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวในช่วงกลางคืนของเมืองกิฟุเท่านั้น คุณยังสามารถชมทิวทัศน์ในเวลากลางคืนของเมืองนาโงย่าเช่นกัน(ในจังหวัดAichi) วันที่ปราสาทเปิดให้เข้าชมในเวลากลางคืนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปี ดังนั้นแนะนำให้ตรวจสอบทางเวปไซต์ล่วงหน้า

เวลาเปิดให้เข้าชม
เวลาเปิดปราสาทขึ้นอยู่กับฤดูกาล ปกติมันเปิดตั้งแต่8.30-17.30น. ตั้งแต่วันที่16มีนาคมถึงวันที่11พฤษภาคม มันเปิดตั้งแต่9.30-17.30น. และตั้งแต่วันที่12พฤษภาคมถึงวันที่16ตุลาคม มันเปิดตั้งแต่8.30-17.30น. ตั้งแต่วันที่17ตุลาคมถึงวันที่15มีนาคมจะเปิดตั้งแต่9.30-16.30น. มากไปกว่านั้นในวันปีใหม่ปราสาทจะเปิดตั้งแต่6.30-16.30น.

การเดินทาง
รถโดยสาร:ป้ายที่ใกล้ที่สุดคือป้ายGifu-Koen-Rekishi-Hakubutsukan-Mae ในการเดินทางไปที่ป้ายนี้ คุณต้องใช้รถโดยสาร N80 Takatomi Gifuมุ่งสู่Nagara-bashiของสถานี JR-Gifu หรือสถานี Meitetsu-Gifu คุณขึ้นสามารถขึ้นรถโดยสารที่วิ่งรอบเมืองกิฟุ(ทวนเข็มนาฬิกา) จากป้ายรถโดยสารมันใช้เวลา3นาทีบนกระเช้าภูเขาKinkaจากสวนกิฟุ และเดินอีก8นาทีจากสถานีSanchoของกระเช้าภูเขาKinka
รถยนต์:25นาทีจากทางออกGifu-Kagamiharaของถนนไม่จำกัดความเร็วTokai-Hokuriku
ที่จอดรถ:สามารถใช้ลานจอดรถGifu-Kouen-Teigaiราคา300เยน

ภรรยาเผยคำพูดสุดท้ายของ “พล.ต.นพพร” ก่อนก้าวขึ้นฮ.

กรณีเฮลิคอปเตอร์ UH-72 หรือ ลาโกต้า กองทัพภาคที่ 3 ตกที่ดอยอินทนนท์ เป็นเหตุให้นายทหารเสียชีวิตรวม 5 นาย ประกอบด้วย พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.พล.ร.4 พร้อมด้วย ร.อ.สุทัน อ่องเมือง นักบินที่ 1 , ร.ท.นวพัฒน์ มณีโชติ นักบินที่ 2 และ จ.ส.อ.ชัยศักดา ทาโส และ จ.ส.ต. มงคลชัย รู้งาน ช่างเครื่องคำพูดสุดท้ายล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 02.34 น. เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 11 ชั่วโมง ในการลำเลียงร่างของ พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 (ผบ.พล.ร.4 ) นักบินและช่างเครื่อง รวม 5 นาย ออกจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ตก บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แล้ว ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกและหนาวจัด พร้อมกับทำการชันสูตรเบื้องต้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่เคลื่อนขบวน เมื่อเวลา 03.04 น. นำศพไปพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่ รพ.ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะนำไปบำเบ็ญกุศศพที่วัดพระนอนขอนตาล อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และทำพิธีสวดพระอภิธรรมร่วมกัน ก่อนที่จะลำเลียงส่งไปทำพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตแต่ละคนต่อไป

ด้าน ดร.กรรณิกา เรือนจันทร์ ภรรยาของ พล.ต.นพพร ที่ไปดูร่างของสามี กล่าวแสดงความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่สูญเสียสามีและภูมิใจที่ พล.ต.นพพร ได้ทำหน้าที่ของทหาร ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ทำงานเพื่อส่วนรวม และทุกวันหยุด ก็ยังทำงาน พร้อมบอกว่า ทหารไม่มีวันหยุด

และก่อนจะขึ้นเครื่องเฮลิคอปเตอร์ได้โทรหาตนเองว่ามีภารกิจจะไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม ที่ อ.ปาย และบอกให้ดูแลลูกให้ดีไม่คิดว่าคำพูดนี้จะเป็นคำพูดสุดท้าย

ทั้งนี้ ศพของ ร.อ.สุทัน อ่องเมือง จะเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก ร.ท.นวพัฒน์ มณีโชติ นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จ.ส.อ.ชัยศักดิ์ดา ทาโส นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมะขามเตี้ย ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก จ.ส.ต.มงคลชัย รู้งาน นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดวังทองวราราม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

ส่วนศพของ พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ บำเพ็ญกุศลที่วัดวัดดอนขอนตาล อ.เมืองริม จ.เชียงใหม่ เหมือนเดิมตามความประสงค์ของญาติ

กระเช้าชินโฮตากะ Shin-Hotaka Ropeway

กระเช้าชินโฮตากะ(Shin-Hotaka Ropeway) เป็นหนึ่งในกระเช้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีระยะทาง 1,000 เมตร ไต่ระดับด้านข้างของเทือกเขาโฮทาเกะ(Hotake Mountain) ซึ่งจะมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของภูมิภาคโอคุฮิดะ และยอดเขาโอคุโฮตาเกะดาเกะ(Oku-Hotakedake)ภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น จุดเด่นของกระเช้าคือมีขนาดใหญ่สีสันสดใสเหินฟ้า

กระเช้าจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรกระยะทาง 200 เมตร ไปหยุดที่สถานี Nabedaira Kogen Station (*หมายเหตุ สถานี Nabedaira Kogen สามารถเข้าถึงได้รถยนต์ส่วนตัว แต่ไม่มีรถบัสให้บริการ) บนสถานีนี้ประกอบด้วยศูนย์นักท่องเที่ยว ห้องอาบน้ำสาธารณะ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อาร์ตแกลเลอรี่เล็กๆ เส้นทางเดินป่าและจุดขึ้นกระเช้าช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นกระเช้าขนาดใหญ่ ระยะทาง 800 เมตรขึ้นไปยังสถานีด้านบนที่ระดับความสูงประมาณ 2,150 เมตร สถานีบนสุดให้บริการร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และดาดฟ้าชมวิวอันงดงามของภูเขาและหุบเขา หากไม่ใช่ช่วงหิมะตก(มักจะเป็นปลายเดือนมิถุนายน-กันยายน)ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินเข้าไปยังป่าอีกด้วย

เส้นทางเดินป่าเส้นแรกใช้เวลา 90 นาทีเพื่อเดินไปยังกระท่อมบนสันภูเขานิชิโฮ(Nishiho Mountain) จากจุดนั้นสามารถเดินลงไปยังคามิโคจิ(Kamikochi)ประมาณ 2.5 กิโลเมตร หรือปีนขึ้นไปถึงยอดเขานิชิโฮตะคาดาเกะ(Nishi-Hotakadake) ใช้เวลา 3 ชั่วโมง และยอดเขาโอคุโฮตากะดาเกะ(Oku-Hotakadake)ใช้เวลา 9 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามเส้นทางดังกล่าวอันตรายไม่เหมาะสำหรับนักปีนเขาที่ไม่มีประสบการณ์

นานาทัศนะ ‘คนดัง’ วิเคราะห์เหตุ ‘ระเบิดภาคใต้’

ไม่คาดฝันวันสำคัญของชาวไทยจะเหตุสะเทือนใจกันแต่เช้า กับ เหตุระเบิดหลายจุดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ รวม 17 เหตุการณ์ แบ่งเป็นเหตุระเบิด 13 เหตุการณ์และเพลิงไหม้อีก 4 เหตุการณ์ เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บกว่า 20 ราย ขณะที่นานาชาติออกประกาศเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงพื้นที่เหตุเสี่ยงเหตุระเบิด เพราะคาดเป็น “การก่อการร้าย” สวนทางกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่แถลงชี้เหตุครั้งนี้ คือ “การวินาศกรรม” ภายในประเทศระเบิดใต้เรามาดูนานาทัศนะของเหล่านักการเมือง และ ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์กันว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ คืออะไรกันแน่?

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขออย่าไปขยายความ ซึ่งมองว่าเป็นการต้องการสร้างความสับสนวุ่นวายและต้องรอการสอบสวน ตอนนี้ต้องช่วยกันทำให้ทุกคนไม่ตื่นตระหนก และช่วยกันเป็นเจ้าของบ้านที่ดี และพิจารณาว่าเกิดเหตุการณ์อะไร และทำไมจึงเกิดในช่วงนี้ ตั้งแต่ก่อนและหลังประชามติ เป็นช่วงที่บ้านเมืองกำลังดีขึ้น กำลังเป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกำลังดีขึ้น และมีใครที่ไม่อยากให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในประเทศไทย ก็จะต้องหาตัวมา

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยังไม่สามารถบอกละเอียดได้ว่าเกี่ยวข้องกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องพูดคุยกับหน่วยข่าวกรองและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ขยายมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าจะสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้

พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ที่เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนสาเหตุขณะนี้พนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ซึ่ง กอ.รมน. ได้ติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นับเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจที่มีการก่อเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ ถือเป็นการกระทำการอันไร้มนุษยธรรมและสร้างความเสียหายต่อชีวิต รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์